Image Image Image Image Image Image Image Image Image Image

Mayahol.com | March 28, 2017

Scroll to top

Top

8 Comments

ไอ้พล…คนสู้ชีวิต…

ไอ้พล…คนสู้ชีวิต…
mayahol
  • On ธันวาคม 28, 2014
  • http://www.mayahol.com

เรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง กับคนๆ หนึ่งซึ่ง มีชีวิตที่บอกตามตรงเลยว่าสุดยอด…กับความพยายามอันเหลือเชื่อ…เรื่องราวและอุปสรรคที่ผ่านมาน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ไครต่อไครหลายคน

ความสำเร็จเริ่มต้นที่หัวใจ
ณ จังหวัดบุรีรัมย์…ตำบลเล็กๆ ติดชายแดนประเทศเขมร  มีเด็กน้อยคนหนึ่งลืมตาดูโลก
ในท้องถิ่นชนบทอันแห้งแล้ง  พ่อแม่เขาตั้งชื่อ เขาว่า   “ไอ้พล”

ไอ้พลเป็นเด็กบ้านนอกหน้าตาออกกวนๆ ผิวคล้ำๆ  ออกไปทางเขมรมากกว่าจะเป็นคนไทย
ตอนเด็กๆ เกเรใช่ย่อย..มักชอบเที่ยวเล่น ยิงนก…ตกปลา…ทำนาเลี้ยงควาย…
พอถึงวัยเรียนเขาก็เข้าเรียนชั้น…ประถมใน  รร.ใกล้บ้าน  เขาเป็นเด็กบ้านนอก
อยู่แต่กับวัวกับควายมาตั้งแต่เด็ก  เลยทำให้บางครั้งดูดื้อรั้น

เที่ยวมีเรื่องกับเพื่อนๆ
ในโรงเรียนเป็นประจำ จนบางคนคิดว่า เขาเป็นเด็กเลว ไป

จบประถมศึกษา เขาเข้าเรียนต่อ ในโรงเรียนประโคนชัยวิทยา โรงเรียนประจำอำเภอ ที่มีชื่อเสียง
เนื่องจากเขาเป็นคนที่มีความสามารถด้านกีฬา…อย่างมากจนทำให้เขาเป็นนักกีฬาของโรงเรียน
ช่วงม. 3 เขาอยู่แก๊งเด็กอันธพาล  เวลาว่างก็ ก็มักจะเข้าพากันไปนั่งจับกลุ่ม เล่นไพ่กินตัง
เข้าห้องน้ำลองบุหรี่กัน…บ้างก็ไปไถเงินรุ่นน้อง เขาทำตามเพื่อนๆในกลุ่มเป็นกิจวัตร

ช่วงม.3 เขาได้โบชัวสถาบันกวดวิชา มาจากห้องแนะแนวเขาเก็บโบชัวนี้ไว้อย่างดี
เหมือนเป็นความลับอย่างหนึ่งของเขาโบชัวที่เกี่ยวกับ รร.ทหาร- ตำรวจ นายร้อย  อาชีพที่เด็กผู้ชาย
ไฝ่ฝัน…ได้แนะนำเกี่ยวกับการเปิดติวง…
ตามที่ต่างๆมากมายมีรูปนักเรียนนายร้อย….นักเรียนเตรียมทหารใส่เครื่องแบบดึงดูดใจจนน่าอิจฉา

ถ้าเข้าไปดูในห้องนอนของเขา  จะพบว่าโบชัวหรือรูปภาพคนในเครื่องแบบ
โดยเฉพาะนักเรียนนายร้อยตำรวจนี่เอง คือสิ่งที่เขา…ต้องการจะเป็น มันคือความฝันสูงสุดของเขาเอง

พ่อแม่ของเขาสนับสนุนให้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพ
และให้เรียนกวดวิชาที่ โบชัวแนะนำน่าเชื่อถือที่สุดตามคำโฆษณาเชิญชวน
โดยเค้าจะรับแต่เด็ก ที่เกรด 3.5 -4.00 ขึ้นซะเป็นส่วนใหญ่

เขาไม่ลังเลหลังจาก ปรึกษาพ่อแม่แล้ว ว่า จะขอไปเรียนกวดวิชาจะไปตามความฝันของตัวเอง ให้ ได้
หลังจากนั้น   พฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไป  เขาเก็บตัวมากขึ้น คงเป็นเพราะเขามีเป้าหมายที่ชัดเจน   แล้วว่า  อยากจะเป็นนายร้อยตำรวจให้ได้…เพื่อครอบครัวเพื่อวงตระกูล

การไปเรียนต่อที่ กทม. ต้องใช้เงินหลายๆ หมื่นซึ่งลำพังพ่อแม่ ที่มีรายได้ไม่เท่าไรพอมีพอกิน
หาเลี้ยงครอบครัวไปวันๆๆ หนี้เก่า ที่กู้ยืมเงินเค้ามาซื้อควาย  ยังไม่หมด..

เห็นที่คราวนี้ต้อง ” ขายที่ขายควาย…ส่งลูกชายคนนี้เรียน” ซะแล้ว…

พ่อและแม่เขาตัดสินใจ  ขายที่และควาย ได้เงินมาไม่กี่หมื่น  ส่งลูกชายคนนี้ ไปเรียน ที่ กทม.
ด้วยหวังว่าจะให้เขาเป็นนายร้อยตำรวจได้สมใจที่พ่อและแม่คาดหวัง คนในหมู่บ้าน
ญาติพี่น้องคาดหวังไว้  เขาดีใจมาก
และบอกกับตัวเอง บอกกับหัวใจว่า
พ่อแม่ครับ

” ผมจะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง ผมจะไปเรียนต่อกรุงเทพ ไปกวดวิชา  จะไปคว้าดาวมาให้ได้ “

ช่วงเวลานั้น…ข่าวคราวของไอพล…แพร่กระจาย ไปทั่วโรงเรียนอย่างรวดเร็ว
ในกลุ่มเพื่อนๆ…ใครๆก็คิดว่าเขาต้องสอบได้…ต้องสอบติดกลับมาเพราะเขาเป็นคนที่เรียนค่อนข้างดี
อยู่อันดับต้นๆของห้องจนบางครั้งมองดูเป็นเด็กเรียน…เปรียบก็เหมือนเด็กใส่แว่น รร .กทม ที่ ดูเป็นเด็กเรียน

ทุกคนคาดหวังไว้อย่างแน่นอน…ว่าเขาทำได้แน่ เขาไปติวที่กรุงเทพ  เป็นปีๆ
เขาต้องติด…ใครๆก็ต่างกันพาอิจฉาว่าเขาจะได้ เป็นนายร้อยตำรวจ…จบมาเป็นผู้หมวดติดดาว..
มีเครื่องแบบใส่อย่างเท่  สาวๆพากันตอมยิ่งกว่าแมลงวัน ใครๆ ก็คิดเช่นนั้น…แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไป
ไอ้พลกลายเป็นดาวเด่นในชั่วพริบตาทั้งที่ ยังไม่ไปเรียน

เพื่อนๆต่างพากัน อวยพรให้ไอ้พลทำให้ได้ และหวังว่าจะได้มีเพื่อนเป็นนายร้อย..
นายร้อยของหมู่บ้าน นายร้อยคนแรกของ รร.ของเรา
บ้านนอกเข้ากรุง…

ช่วงเวลาผ่านไปไอพลไปเรียนที่  กทม.
ไปเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาที่ผมเรียน  โดยที่เค้าจะให้เรียนที่ กทม และตอนเย็นๆก็กลับมากวดวิชา
ที่ รร.กวดวิชาที่นั้นเหมือนหอพักเหมือนบ้าน…คนที่มากวดวิชาตลอดปี…จะมาเรียนกัน

เพื่อเรียนต่อม.4…เอาวุฒิม.4 ไปสอบ เพื่อ สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารให้ได้
ขาถือได้ว่าเป็นคนเก่งเกือบที่สุด จากจ.บ้านนอก
เด็กบ้านนอกเก่งๆ…พอมาเจอเด็กในเมืองกรุง ซึ่งมีการแข่งขันที่สูงมาก…

แต่พอเทสออกมา…ไอ้พลเกือบได้ที่เกือบท้ายๆ
เพราะระดับ ความรู้…ระดับการแข่งขันเขาต่างกันมาก

คนมาอยู่ กทม ต้องปรับ ตัวอย่างมาก  สังคมกรุงเทพเป็นสังคมแข่งขัน

ถ้าเรียนเอื้อยๆ  เฉื่อยๆ  แบบสมัยตอนอยู่ที่…บ้านนอกหรือโรงเรียนต่างจังหวัดอย่าได้หวังแอ้ม

กรุงเทพ เป็นเมืองแห่งโอกาส  
เมืองแห่งความรู้ เป็นเมืองหลวง…อาจารย์เก่งๆ ติวเตอร์เก่งๆ ส่วนมากจะอยู่ที่ กรุงเทพ
ทุกอย่างสิ่งดีๆ ทุกอย่างอยู่ที่ กรุงเทพ เขาเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่โรงเรียนกวดวิชา ที่ผมเรียน

เราเป็นเพื่อนที่ซี้กันมาก…เวลาว่าง เขามักจะชวนผมไปเที่ยวบ่อยๆ…
ไปเล่นเกมส์…เล่นเค้าร์เตอร์ไปดูหนัง…ถือว่าเป็นการพักผ่อน…

เขาพยายามเรียนอ่านหนังสือดึกทุกคืน
อ่านหนังสือกับพวกผม นั่งทำข้อสอบด้วยกัน…กับการเก็บตัวที่ค่ายกวดวิชา
ทุกเช้าจะต้องตื่น 05.30 เพื่ออาบน้ำไปโรงเรียน…

ไปเรียนม. 4 ที่โรงเรียนในกรุงเทพ เมื่อเรียนเสร็จตอนเย็นก็จะกลับมา…
เรียนพิเศษที่ค่ายกวดวิชาอีกจนถึง  2 ทุ่ม และจากนั้นก็อาบน้ำ…พักผ่อน
3 ทุ่มก็เข้ามาฝึกฝนตัวเอง…

เป็นเช่นนี้อยู่ทั้งปี…การเรียนม.4 เป็นเนื้อหาค่อนข้างยาก…มีฟิสิก…เคมี  เข้ามาด้วย  
เด็กที่มาเรียนที่นี่ล้วนมาพื้นฐานที่ดีมาแล้วทั้งนั้น…แต่มาเรียน ม.4
เหมือนกับว่าต้องเริ่มต้นกันใหม่หมด…
เพราะว่าข้อสอบเขาคงไม่ออกง่ายๆ แน่

เวลาผ่านไป…หลายเดือน   เขาจะมีสภาวะเบื่อเซ็ง ท้อเข้ามา…
บางครั้งก็แอบหนีไปเที่ยวไปเล่นเกมคลายเครียด…
ไปดูหนัง แถว มาบุญครอง…โดยให้เหตุผลว่า….คลายเครียด…

จนกระทั่งสอบโครงการณช้างเผือก…ทุกคนไปสอบช้างเผือกกันโดยตั้งใจทำข้อสอบ
ที่เตรียมตัวมาอย่างเต็มที่เกือบทั้งปี จนกระทั้งสอบเสร็จ

ผลออกมา….ผมและไอพลสอบไม่ติด ได้คะแนน  สองร้อยกว่า ๆ  นิดๆ  
คะแนน พอๆ กันแต่ดูเหมือนผมจะได้เยอะกว่าจากการสอบช้างเผือกเสร็จ
คะแนนครั้งนี้…ทำให้ทุกคนท้อเบื่อ…เซ้ง..อนาถ ใจ เหมือนสอบไม่ติดอาการเดียวกัน
ใครได้เยอะก็ดีใจไปความรู้สึกเหมือนอยากตาย…ว้าเหว่…ไร้ที่พึ่งพิง…หมดกำลังใจไปหลายวัน

แต่เขาก็คิดว่านี้เป็นด่านแรก คงไม่เท่าไรไม่ใช่สอบจริงซักหน่อย
เหลืออีก 4 เดือนกว่ายังมีโอกาสหน่า

จนหลังปีใหม่ ภาระต่างๆ…โกดังเข้ามา…โดยเฉพาะการเรียนที่โรงเรียนกิจกรรมต่างๆ
เป็นตัวบั่นทอนจิตใจ เวลา ที่จะเอาไปอ่านหนังสือ ทำข้อสอบ แต่ต้องมา…
นั่ง ทำรายงาน ทำกิจกรรม ส่งอาจารย์
เขาเบื่อ…เขาเซ้งมาก…เสียเวลาโดยใช่เหตุ…กับกิจกรรม…งานที่โรงเรียน
จนไม่ได้ทำอะไรไปหลายวัน

จนกระทั่งสอบปลายภาคของ ม.4 เสร็จเกรดออกมา…เป็นที่น่าพอใจพอควร
3 เดือนสุดท้าย…เป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่เหลืออยู่
ที่จะตั้งใจเรียนฝึกทำข้อสอบก่อนจะสอบจริง  ค่ายกวดวิชาที่เขาเรียน
ในเดือนมีนานี้ เค้าจะไม่ค่อยสนใจ…เด็กประจำอย่างพวกเราซักเท่าไร

เพราะถือว่าเค้าได้เงินจากพวกเราไปแล้ว
เพื่อนๆ ส่วนมากก็ไปเช่าหออยู่ข้างนอก…
เขาและผมก็เช่นกันไปอยู่ข้างนอกแต่ไม่ได้ ไปนอนกับไอพลนะ นอนอยู่หอข้างๆ ห้องเขา
แต่ก็ไปมาหาสู่เป็นประจำ ระดับความรู้ต้อนนี้ ไอ้พล…กับผม…ต่างกันไม่มาก
ผมคิดว่าผมพร้อมสอบในระดับหนึ่ง แต่เขาผมไม่แน่ใจ

แต่คิดว่า
เขาก็มั่นใจละเรียน…มาตั้ง 1 ปี จากบ้านมาแสนไกลทำไมจะไม่ได้ละ
อย่างน้อยที่สุดเขาคงไม่โง่เหมือนเดิมหรอก…เขาจะต้องติดสิ เขาคิดเช่นนั้น

ในที่สุดช่วงเวลาการสอบก็ใกล้เข้ามา
ทั้งสี่เหล่าใกล้จะสอบแล้วอีกไม่นาน เวลาที่เค้ารอคอยมาทั้งชีวิต
รอสอบเพื่อเป็นนายร้อย…เป็นนายร้อยให้สมกับเงินที่พ่อกับแม่หามาให้  
สอบให้ได้เพื่อที่ว่า จะได้กลับไปบอกเพื่อนที่ ..รร.เก่าว่า เข้าทำได้ .

แต่ถ้าไม่ติดละ  ชีวิตนี้จะเป็นอย่างไรไม่อยากคิด  ….หายนะแน่นอน

จนวันสอบสี่เหล่า…
เขาทำข้อสอบเสร็จทั้งสี่เหล่า บวกกับความมั่นใจว่าน่าจะติดซักเหล่า
เพราะเขาขยันมาตลอด 1 ปี เต็ม อ่านหนังสืออย่างหนักตลอดทั้งวันทั้งคืน
เขาบอกว่าเขาทำข้อสอบได้ ถึงแม้ข้อสอบจะไม่ใช่แค่ยาก…แต่โครตยากเลย…
เวลาผ่านไป

ปรากฏว่า ผลสอบประกาศออกมา…

ไม่มีชื่อเขาใน การประกาศผลสอบ
เขาไม่สอบติดเลยแม้แต่เหล่าเดียว…เช่นเดียวกับผมและเพื่อนร่วมหอ
เพื่อนในค่ายกวดวิชากว่าห้าสิบคน สอบติดไปแค่ 7 คน เท่านั้นที่เหลือตายเป็นเบือ

(การกวดวิชา ไม่ได้ช่วยให้สอบติดเสมอไป  ต่อให้ 4.00 ก็เถอะ….มันอยู่ที่วิธีการ..และโค๊ช)
ช่วงเวลานั้น เหมือนตกนรก
เขา  อาย  ท้อ หมดหวัง…อยากตาย…ไม่กล้าคุยกับใคร…ไม่กล้าบอกใคร
ยอมรับความจริงไม่ได้…ชีวิตมืดมนเลวร้าย….ทุกอย่างรอบตัวเค้าเลวร้าย…

เค้าอายคนที่บ้านมาก…
ได้แต่นั่งกอดเข่า น้ำตาซึมอยู่คนเดียว…
เพราะอุตส่าเรียนมาทั้งปี….เงินค่าเรียนจากการขายที่…ขายควาย…หมดสิ้นไปแล้ว

” เค้าไม่มีที่ไป “
ได้แต่นอน อยู่ที่ รร.กวดวิชาอยู่ กับเพื่อน อีก 2 -3 คน ที่สอบไม่ติดเหมือนกัน

คนที่สอบไม่ติด…ไม่มีใครเห็นใจ…ไม่มีใครสนใจ
คนสอบติดมีแต่คนดีใจ…เหมือนดารา…คนดังไปเลย

เขาท้อไม่รู้จะทำยังไง…คนที่บ้านหวังไว้เยอะ….ว่าไปติวสอบนายร้อย…ที่กรุงเทพ มึงติดแน่
บางคนเรียกชื่อนำหน้าเขาก่อนมาเรียนเลย ว่า “นายร้อยพล”

จนในที่สุดเขาตัดสินใจเดินทางกลับบ้านนอกดินแดนแห่งสาปควายที่เคยอยู่
กลับไป บอกพ่อแม่ว่า
พ่อแม่…ผมสอบไม่ติดนายร้อย…

ทุกคนที่ได้ยินข่าวต่างหมดหวัง…สิ้นหวัง…
บ้างคน…ที่ไม่ชอบหน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว….กลับ…สมน้ำหน้าไอ้พล ตอกย้ำ ความเจ็บปวด  จน

ไอ้พลคิดจะฆ่าตัวตายเหมือนกัน…แต่เขาไม่ทำ…ลงทุนไปเยอะ…เสียเวลาไปเยอะ….

เขาคิดว่า…น่าจะมีโอกาสอีกซักครั้ง…
อายุยังไม่เกิน  ยังสามารถสอบได้อยู่  เขาบอกกับพ่อแม่ว่า

“แม่ขอไปเรียนอีกปี  ปีนี้เป็นปีสุดท้าย
ขอไปลองอีกซักครั้งคราวนี้จะขยันกว่าเดิม จะขยันที่สุดเท่าที่จะขยันได้ “

พ่อแม่เขา…ให้เค้าไปเรียนแต่คราวนี้สถาบันกวดวิชาคิดแค่ครึ่งเดี่ยว…เพราะเค้าจะลดให้
คนที่เคยเรียนมาปีที่แล้ว…
เขากลับมาเรียนที่สถาบันกวดวิชาเดิมอีกครั้ง…
เรียนเหมือนเดิมเรียนทั้งปี…ตอนนี้เค้าอยู่  ม.5 แล้ว เป็นโอกาสปีสุดท้ายก่อนที่เค้าจะอายุเกิน เข้าเรียน ม. 5 ที่โรงเรียนในกรุงเทพเหมือนเดิม…เจอเพื่อนกลุ่มเดิม…พฤติกรรมเดิม…วิธีการเดิมๆ…

เรียนแบบเดิมเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม
เพื่อนที่เคยสอบไม่ติดหลายคนกลับมาเรียนที่เดิม
หวังว่า…ถ้าเรียนอีกปีความรู้จะมากขึ้นจะสามารถสอบติดได้อย่างแน่นอน

เค้าเรียนตลอดปี…อีกครั้ง…
แต่ครั้งนี้เค้าอ่านหนังสือมากขึ้น…ทำทุกอย่างมากขึ้น…การใช้ชีวิตก็มากขึ้นด้วย

วัยรุ่นม.5 อยู่ในกทม…เป็นเรื่องปกติที่อยากจะรู้…อยากจะลอง
เมื่อมีเพื่อน ข้างนอกมาชวนไปเที่ยว ก็มีบางครั้งที่เค้ายังไปเที่ยวอยู่ บ้าง

แต่เป้าหมายเขายังเหมือนเดิม…คือสอบนายร้อยให้ได้ในปีสุดท้ายนี้
เพื่อให้สมกับเงินที่พ่อแม่ไปกู้ยืมเงินมาให้เรียนเพื่อให้ลูกเป็นนายร้อยให้ได้สมใจ

วันสอบอีกครั้ง…บรรยากาศเดิม…
ผู้คนเดิมๆเข้ามาแย่งชิงเก้าอี้ เพียงไม่กี่ตัวจากหลายๆหมื่นคน
เขาทำข้อสอบครบทั้งสี่เหล่า…โดยใช้วิชาที่เรียนมาตลอด 2 ปีที่กรุงเทพ ทำข้อสอบนายร้อย 4 เหล่า
ดูเหมือนว่าเขามั่นใจมากในครั้งนี้เพราะเค้ามีความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมมาก
ขอแค่เหล่าเดียว…เหล่าไหนก็ได้…เอาหมด…

” เลือกไม่ได้แล้ว “

เค้าทุ่มเทอ่านหนังสือมาตลอด 2 ปี อย่างแสนสาหัส…ปีนี้คิดว่าไม่น่าพลาด…
แต่ปรากฏว่า….
รายชื่อของเค้า….มันหายไปจากการประกาศผลสอบ…

เป็นไปไม่ได้….ที่จะไม่มีชื่อเค้า…แต่มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ…
เขาสอบไม่ติดนายร้อย  4 เหล่า…ไม่ติดแม้แต่ฝุ่น…

สาเหตุมาจากเขาไม่มีเทคนิคและประสบการณ์การทำข้อสอบมากพอที่จะสอบ
แม้ว่าความรู้จะเพิ่มขึ้นเพียงได้
ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดเข้าไปอีก เพราะนี่เป็นปีสุดท้ายแล้วที่เค้าจะสอบ

ไอ้สัด….เอ้ย…..กูสอบไม่ติด…(เค้าอุทาน)

โอกาสหมดไปแล้ว เขากลับไปนึกเสียดาย…เวลาที่ตัวเองเสียไปกับการเล่นเที่ยว  ตอนม.5
ไม่อ่านหนังสือให้เต็มที่…ถ้าเขาอ่าหนังสือเต็มที่อีกนิดเดียวเขาสอบติดแน่นอน

 “แต่มันก็สายไปเสียแล้ว” 

คนเรามักจะรู้ตัวเมื่อผิดหวังแล้วเสมอ

ชีวิตบัดซบ…เขาสอบไม่ติด ซักเหล่า ………..
เขากลายเป็นไอ้ขี้แพ้ของ…สายตาทุกคน…ที่เค้าเจอ…

” ไอ้ขี้โม้  ได้พลขี้โม้ ”
…….มึงไม่มีปัญญาสอบติดหรอก….ได้เด็กเลี้ยงควาย ..

กลับไปเลี้ยงควายไป…….น้ำหน้าอย่างมึงไม่มีทางสอบติดหรอก….
ถ้ามึงสอบติดกูจะเอา…น้ำไปล้างตีนให้เลย…ไอ้ควาย

เคราะห์ซ้ำกระหน่ำเข้ามา    ความอับอาย   +  โอกาสในการสอบนายร้อยที่หมดไป
เขาสอบไม่ติดเขาต้องกลับบ้านที่บุรีรัมย์…
ชีวิตเค้าไร้ค่าที่สุด…เพราะเค้าคือ “ไอ้พลขี้แพ้ ”

พฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไป จากเด็กน้อยผู้มีความหวังบัดนี้….
กลายเป็นไอขี้แพ้ที่แม้แต่หมายังไม่มอง
พ่อและแม่ญาติพี่น้องทุกคน ผิดหวังกับเขามาก…หวังจะให้เป็นหน้าเป็นตาต่อวงศ์ตระกูล
เป็นนายร้อยห้อยกระบี่…
อนาคตหวังให้เป็นเจ้าคนนายคนบัดนี้…หายนะไปแล้ว

หลังจากที่เขากลับมาบ้านเขาต้องอยู่คนเดียวเงียบๆ เป็นเวลาเกือบเดือน
ที่ใจของเค้าเหม่อลอยไป…ไม่รู้ใจไปที่ไหนเหมือนพวกจิตตก

เวลาผ่านไป  เขาจำเป็นต้องกลับมาศึกษาต่อในระดับ ม.6 ที่โรงเรียนประโคนชัยวิทยา
โรงเรียนของเค้าเองจากเด็กกรุงเทพ
กลับมาเรียนโรงเรียนบ้านนอก…จากคนที่เคยเก่งที่สุดในห้อง…
เป็นไอ้ขี้แพ้…แม้แต่หมายังไม่มอง…

ตอนนี้เขากลับมาเรียน ม.6 ที่ รร.เดิม…หัวสมองของเข้าไปได้
แต่ใจเขาไร้ร่องรอยไปแล้ว
เข้าไร้ความรู้สึกแห่งจิตใจในการสอบแข่งขันเข้ามหาลัย
หมดอาลัยกับความอยากได้…อยากมีอยากเป็น…การสอบครั้งนั้น…
ทำให้ใจเขาหายไป…กลายเป็นคนนิ่งๆ…ไม่ค่อยพูดจากลับใคร…
ไร้เป้าหมายไร้อนาคต…ไม่มีที่ไป

ชีวิตม.6  ที่ รร.ในอำเภอของเขา…
ดำเนินไปเรื่อยๆ…ตามสไตร์ของ  รร.บ้านนอก
คือ เมื่อจบ.ม.6  ก็ต่อมหาลัยใกล้ๆบ้าน…ไม่ก็อาชีวะหรือ….ออกหางานทำแล้วแต่ชีวิตของแต่ละบุคคล
หลังจบ ม.6  เขาไม่รู้จะไปเรียนต่อที่ไหน เพราะเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเขา  คือ นายร้อยตำรวจเท่านั้น

เมื่อโอกาสมาเยี่ยมเยือน

ในชีวิตคนเรา…โอกาสมีเสมอ….แต่เราจะพร้อมจะคว้าโอกาสหรือป่าว…

ช่วงนี้สถานการณ์ทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้…เริ่มรุนแรง
ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเปิดรับ…
บุคคลภายนอกเป็นข้าราชการตำรวจ เพื่อลงไปปฏิบัติหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
เขาได้ข่าวมาเช่นนั้นคิดว่า…
น่าจะเป็นโอกาส  อันดีที่จะเข้าไปเป็นนายสิบตำรวจ และอาจสอบต่อนายร้อยได้

แต่พ่อแม่ของเขาไม่ให้ไปเป็นตำรวจที่สามจังหวัดชายแดนใต้เป็นอันขาด
มันเสี่ยงตายเกินไป…
อาชีพอื่นมีตั้งเยอะแยะ ที่ไม่ต้องเสี่ยง…ทำไมอยากเป็นตำรวจ

เขามองที่โอกาสเมื่อศึกษาเส้นทางดีๆ
จะพบว่า เมื่อเป็นนักเรียนพลตำรวจแล้ว  จบ.มาทำงานที่ใต้
ก็จะสามารถสอบโควต้าข้าราชการตำรวจ…เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจได้…ก่อนอายุ 25 ปี

เขาน่าจะเป็นไปได้…เค้ามองเห็นเส้นทางแล้ว……
เขาบอกว่ามันน่าจะเป็นไปได้   และมั่นใจว่าเขาทำได้
การสอบเข้าพลตำรวจแล้วลงไปใต้ มีคู่แข่งไม่มาก  เพราะ ไม่มีใครอยากไปใต้หรอก….
เขาเข้าสอบโดยใช้ ความรู้เดิมๆ…แต่เป็นความหวังใหม่

ทำได้สิวะ เขาอุทาน
และเขาก็ทำได้

เขาสอบติดเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจสมใจ

ด่านแรกตามความฝันของเขา…เขาทำได้แล้ว…เขาสอบเป็นนายสิบตำรวจได้ไม่ยาก

เขาได้ถูกส่งตัวไปฝึกที่โรงเรียนตำรวจภูธร  7   ท่ามกลางความคัดค้านของญาติพี่น้อง
ว่าไปใต้จะไปทำไม…เหมือนส่งไปตาย
ข่าวออกบึมๆ…ตำรวจทหารตายกัน ทุกๆวันๆ
ญาติพี่น้องพากันแช่งเค้า…ด่าเขา…เกลียดเขา…บางคนตัดพี่ตัดน้อง
ถ้ามึงไป..มึงไม่ใช่พี่น้องกู

แต่เขาไม่สน ไม่มีใครเข้าใจเขา…ว่าเขามองเห็นเป้าหมายขนาดไหน…
เป้าหมายของเขาอยู่ที่ไหน…

เวลาตั้งเป้าหมายแล้วอย่าสนใจวิธีการ จำไว้ 

เขาเข้าอบรมที่โรงเรียนตำรวจภูธร ภาค 7…ระยะเวลา 6 เดือน…

หลังจากเขาจบเขาถูกส่งตัวไปสามจังหวัดชายแดนใต้ทันที…ไม่มีเวลาไปล่ำลาพ่อแม่ญาติพี่น้อง…
ลงใต้แบบทันด่วน ไปรวมกับเพื่อนที่…ศปก หรือ โรงเรียนตำรวจภูธรภาค 9  จังหวัดยะลา
เพื่อรวมกับเพื่อนตำรวจจากอีกสองโรงเรียน คือ โรงเรียนตำรวจภูธร  8 และ 9

โดยที่จะมีการเลือกตำแหน่งที่ทำงานกันเขาไม่รู้ว่าพื้นที่ที่ทำงานเป็นอย่างไร
เดินทางไปด้วยความหวังและ….แสงสว่างสุดท้ายที่ปลายอุโมงค์…

บางทีมันก็ไม่มีทางเลือกนะ….
“​เพราะมีหวัง   จึงยังไหว”

สภาพพื้นที่…บรรยากาศ…ความเป็นอยู่เพราะที่นี้ห่างจากบ้านของเขา 2000 กว่ากิโล
จากบ้านมาเพื่ออยากเป็นตำรวจอาชีพที่ใฝ่ฝัน…
แต่พื้นที่ที่มาอยู่…คือ…สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

เขาเลือกลง
สถานีตำรวจภูธรระแงะ  อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

โดยให้เหตุผลง่ายๆ…ใกล้ทางรถไฟ…กลับบ้านง่ายดีเมื่อเลือกตำแหน่งเสร็จ
ก็ถูกส่งตัวไปที่ อ.ระแงะทันที  พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจของประชาชน ในพื้นที่
ที่แค่ฟังชื่อก็ขนลุกแล้ว

โรงพักแห่งนักรบ
สภ.ระแงะ จัดว่าเป็น สถานีตำรวจที่ได้ชื่อว่า…มีเหตุรุนแรง…
ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 3  ของเหตุในสามจังหวัด
เลยก็ว่าได้…กำลังตำรวจขาดแคลนจึงต้องมีการขอกำลังจากทางข้างบนลงมา
เพราะตอนนี้ สามจังหวัดชายแดนใต้ถูกประกาศกฏอัยการศึก…สภาวะสงคราม

เขาเป็นตำรวจใหม่…พึ่งมาทำงานประสบการณ์...การฝึกงานแทบไม่มี
มาเป็นตำรวจครั้งแรกก็มาอยู่ที่ที่เสี่ยง
ที่สุดในประเทศแห่งนี้ซะแล้ว

หน้าที่หลักเมื่อมามาเป็นตำรวจคือเข้ายาม
ประจำสถานียุทธศาสตร์  มะรึโบตก  ที่เค้าว่ากันว่าเป็นพื้นที่สีม่วงเลย
เขาปฏิบัติหน้าที่ตลอด 3 – 4 เดือนที่บรรจุลง
การเข้ายามหนักมากเพราะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดูเหมือนว่าเหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น
การทำหน้าที่ต้องเข้มข้นขึ้น

เขาไม่มีเวลามาสนใจตัวเองเลย…ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ…
เวลากลับบ้านเลิกพูดไปได้เลย…ระยะทางกว่า  2000 กิโล
บุรีรัมย์กับนราธิวาส…เขาคนละโลก…

นั่งกันนี่ตูดบวม…

เวลาผ่านไป…เป้าหมายเค้าค่อยเลือนรางโอกาสที่อยากสอบเข้าเป็นนายร้อยตำรวจ
กำลังเข้ามาหาเขาเมื่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจเปิดรับสมัคร
ข้าราชการตำรวจ สอบเข้าเป็นนายร้อยตำรวจ เขาเห็นดังนั้นไม่ลังเลรีบสมัครทันที

1
เขาสมัคร สอบที่ รร.นายร้อยรวจเสร็จและก็กลับมายัง ระแงะ   เพื่อเตรียมตัวสอบ

โอกาสยังมีอยู่  เสมอ…แต่มันอยู่ที่ว่า  มึงพร้อมจะคว้ารึป่าว

เขากลับมาเตรียมตัวสอบที่ สภ.ระแงะ  เขาทุ่มเท…
อ่านหนังสือทั้งวันทั้งคืน…กะว่าปีนี้จะเอาให้ได้…จะล้างอายให้ได้
ระดับความรู้ที่…ใช้ในการสอบเป็น ของ ม. ปลาย ข้อสอบคุ้นๆ  

เหมือนของเตรียมทหาร…แต่จะยากกว่า เพราะเค้าเอาของ ม.6 มาร่วมด้วย
เขาดีใจมากๆ ทุกคืนจะอ่านหนังสือตี 1- 2 ทุกคืน…จนถึงวันสอบ
กะว่านี่เหละสิ่งที่ฝันมานาน…สอบเตรียมทหารไม่ได้ไม่เป็นไร….

แม้ว่าจะหาเวลาอ่านหนังสือยากเพียงใด…เพราะพื้นที่ที่อยู่ ไม่ใช่ กรุงเทพหรือบ้านนา
ที่เคยอยู่มาก่อน แต่มันคือ ระแงะ  อำเภอที่ มีเหตุการณ์บ่อยมากๆ
บ่อยที่สุดแห่งหนึ่งในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนใต้

วันสอบมาถึง…เขาเข้าสอบภาควิชาการที่…โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน…
เขามาพร้อมกับความหวังอย่างมหาศาล…สิ่งที่เขาทำ เพื่อลบคำสบประมาท
ให้กับตัวเองที่สอบนายร้อยไม่ได้…

มาวันนี้เขาพร้อมในระดับหนึ่ง…เนื่องจากพื้นฐาน ม. 4 , 5
เขาเคยติวอยู่ที่กรุงเทพ  เลยไม่ใช่เรื่องยาก ที่จะทำได้

ผลสอบออกมาแล้ว
ปีนี้เป็นปีแรก  ไม่มีชื่อเขา  ในบัญชีรายชื่อของคนที่สอบติดภาควิชาการ

เขาสอบไม่ติด  นายร้อยตำรวจ

แต่นั้นไม่ทำให้เขาเสียใจ…แม้แต่นิดเดียว…ถือว่าเป็นประสบการณ์ปีแรก
ยังเหลือเวลาอีกหลายปีเขากลับไปทำงานต่อที่ระแงะ
ยังประจำอยู่ ที่ สถานียุทธศาสตร์เหมือนเดิมอันตรายเหมือนเดิม…

สภาพเดิมๆ…การระวังตัวก็เหมือนเดิม…ป้อมที่เขาอยู่….มีรั้วลวดหนาม ล้อมรอบ
มีบังเกอร์กระสอบทราย…เป็นเพื่อน..
เหมือนป้องกัน เตรียมตัวออกรบ…เตรียมพร้อมที่ข้าศึกจะโจมตีได้

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับการมาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้
คงเป็นเรื่องอาหาร…และสวัสดิการที่ไม่เพียงพอ

แต่นั้นไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรค์สำหรับคนที่จะสู้ฝัน
เขาสอบไม่ติดครั้งนี้….มันทำให้เขาเปลี่ยนไปตอนนี้เขามองเห็นเป้าหมายชัดเจน….

เขามีทางเลือกสองทาง…มีเวลา 4 ปีก่อนอายุเกินก่อน….
จะหมดโอกาสที่จะสอบ….คือจะอายุเกิน 25 ปีไม่ได้
ตอนนี้อายุ 21แล้ว

โอกาสแรก...คือสอบให้ติดแล้ว เป็นนายร้อยตำรวจเพื่อลบคำสบประมาท ที่เคยโดนดูถูก…
ว่าเคยเป็นเด็กเลี้ยงควาย….สอบติดเพื่อไปเจอสิ่งที่ยิ่งใหญ่
สอบติดเพื่อเป็นนายร้อย ติดดาว .…จะได้หลุดพ้นจากขุมนรก  3 จังหวัดชายแดนใต้  ได้เจอสิ่งดีๆ  เจอสาวสวยๆ   สิ่งดีๆโอกาสดีรออยู่ข้างหน้ามากมาย

หรือ
จะอยู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นนายสิบทำงานเรื่อยๆ…จนแก่ตัว เป็นแค่นายดาบแก่ๆรอวันเกษียณ…อยู่ในพื้นที่จนวันตาย  โดนดูถูกจากคนทางบ้านจนตาย…อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อไป ไร้ อนาคตที่ดีกว่า…ไร้โอกาสใหม่
พ่อแม่ ทนทุกทรมาน เป็นห่วงว่าลูกจะเป็นอย่างไร

ทุกคนคงอยากได้โอกาสแรกมากกว่าโอกาสที่ 2 แน่นอน

เขาคิดเช่นนี้ ว่า ปีหน้ากูต้องทำให้ได้
จากวันนั้นเองพฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไปเขาตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือหนักมาก
จนใครๆ…หาว่าเขาเป็นคนบ้าไปแล้ว…อ่านหนังสือ
จนไม่ทำอะไร…เข้าเวรยามก็อ่านหนังสือทำโจทย์ทำแบบฝึกหัด

ท่ามกลางดงห่ากระสุนไม่รู้ว่าโจรใต้จะเข้ามาเวลาไหน…แต่นั้นเป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำ
” ผิดกลับใครหลายๆ คนที่มีโอกาสสอบ มีโอกาสอ่านหนังสือแล้ว…เสือกไม่ตั้งใจให้ดี”
  เขาทุ่มเทอย่างมากตลอดปี….
ทำทั้งปี ..จนใครๆ คิดว่า ปีนี้เป็นของมึง…มึงติดแน่นอน

ปีต่อมาเขาสมัครสอบ…นายร้อยตำรวจอีกครั้ง.ครั้งนี้เป็นการสอบครั้ง ที่  4 ของเขา
ที่อยากจะสอบนายร้อยให้ได้จนกระทั้ง รร.นายร้อยตำรวจเปิดรับสมัคร  
เขานั่งรถ 1400 กว่ากิโล ขึ้นมา สมัครสอบ  จากใต้สุดไปสู่นครปฐม

ระยะทางไกลมากเขานั่งรถ กว่า 14 ชั่วโมง ระยะทาง กว่า 1400 กิโล…
มาเพื่อตามหาความฝันของตัวเอง
ปีนี้เค้าพร้อมมาก….และคิดว่าน่าจะติดแน่นอน

บัตรประจำตัวสอบ ครั้งที่ 4  ปี 2549

2

 

 

 

 

 

เขาได้ใบสมัครสอบมาแล้ว  เขาดีใจมาก  1 ปีที่ผ่านมาเขากล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดปี
แม้ว่าจะเข้ายาม….ปกป้องประชาชนพี่น้อง…ชาวจังหวัดชายแดนใต้ซักแค่ไหน
แต่เขาไม่ยอมแพ้….เขาคิดว่าเขาทำได้ ….

เขาไปสอบที่ ม. รามคำแหง  คนสอบปีนี้เยอะมาก…สอบเสร็จเค้ามั่นใจว่า น่าจะติด
สิ่งที่เขาคิด…
ไม่เป็นไปตามที่คิด เขาว่า…เขาทำข้อสอบได้

…แต่ว่า มีคนทำได้มากกว่าเขา

เขาสอบไม่ติดนายร้อยตำรวจ
กลับ…ไปกินแห้วอีกรอบ…

กลับไปรับใช้ชาติอยู่ใต้…เบ้าตาเค้ามี…น้ำตาคลอ….แบบไม่ให้ใครเห็น

เพราะ…ลูกผู้ชายเสียน้ำตาไม่ได้

เขาโทรไปหาพ่อแม่บอกพี่น้องว่า…ปีนี้สอบไม่ติดอีกแล้ว…
เขาบอกว่าไม่กลับบ้านนะ…อายคนแถวบ้าน….เพราะสอบไม่ติด
จนญาติบางคนบอกว่า…มึงอย่าไปสอบเลย สอบไปก็ไม่ติด…
หน้าตาอย่าง…
มึงอะเป็นแค่สิบตำรวจตรีที่มึงเป็นก็หรูแล้ว..

5

บ้างก็บอกว่ากลับมาบ้านเถอะ…
กลับมาช่วยอีพ่ออีแม่…ทำนาเลี้ยงควายดีกว่า  

อย่าไปเป็นเลยตำรวจชายแดนใต้…ตายไปไม่คุ้ม
เห็นข่าวออกทุกวันเลย…มาๆมา…กลับมา
มันเป็นความเจ็บปวดของ…ลูกผู้ชาย…ที่ไม่มีไครเข้าใจ…

ด้วยเหตุนี้ทุกครั้งที่มีเวรพัก…เขาจะเข้ากรุงเทพและ…
ใช้เงินเดือนของข้าราชการตำรวจ…
เอาไปซื้อหนังสือ เอาไปกวดวิชา…เพื่อหาประสบการณ์ให้ตัวเอง

เขาเหลือเวลาอีก 2 ปี ที่ จะสอบ…แต่เขาไม่อยากเสียใจอีกแล้ว ครั้งนี้เขา…ตั้งใจกว่าเดิมมากๆ
ลงทุนซื้อหนังสือดีๆ  ไปกวดวิชา เพื่อเพิ่มพูนความรู้ เพื่อที่ว่าจะได้สอบติด ให้ได้ในปีนี้

เขากลับไปที่ระแงะปฏิบัติหน้าที่ตำรวจในพื้นที่
ใส่ชุดเกราะออกตรวจ เสี่ยง ต่อความตายทุกคืน

เนื่องจากเอาเงินเดือนไปเรียนไปซื้อหนังสือมาอ่าน หมด…เลยทำให้อาหารที่เค้ากินจาก
ข้าว เป็นจานๆ  กินอิ่ม….ลดลงมาเป็น…มาม่าแทน

กินประทังชีวิตกันตาย….

เขาตั้งใจมากๆ กับการอ่านหนังสือ
จนบางครั้งขอเปลี่ยนกับเพื่อน…เพื่อที่จะไปอ่านหนังสือใน…ป้อมตรวจ
ตรงป้อมเนี่ยเอาไว้เป็นบังเกอร์กันกระสุนและกันโจรได้

ยิงมายังพอมีทีหลบและ…มีแสงไฟเล็กพอให้อ่านหนังสือทำโจทย์ได้…
ตลอดระยะเวลา 3 ชม ของการเข้ายามได้ดี
8

 คิดจะเป็นคนเหนือคน  ต้องอดทนเหนือธรรมดา  

เขาอ่านหนังสือหนักมาก…หนักกว่าปีที่แล้วอีก..
หนักกว่าที่เขาอ่านมาเขาพยามยามอย่างเต็มที่นั่งอ่านหนังสือไป
ใส่เสื้อเกราะ กันกระสุน ถือปืน hk 33  ประกอบ ซองพก 2 ซอง…

อาวุธปืนสั้นพร้อม…
ที่จะต่อสู้กับคนร้ายตลอดเวลา แต่ มือทั้งสองก็ยังต้องถือปากกา…นั่งทำข้อสอบไป
เพื่อทำ…สิ่งที่เรียกว่า…
ความฝันของตัวเอง…เพราะเขาศรัทธา

เลิกงานเพื่อนเที่ยว….เขาอ่านหนังสือ
เพื่อนจีบสาว…เขาอ่านหนังสือ
เพื่อนกินเหล้า….เขาอ่านหนังสือ
เพื่อนดูหนังฟังเพลง…เขาก็อ่านหนังสือ
ไม่ว่าจะทำอะไร…ก็อ่านหนังสือ….

อ่านหนังสือ อ่านหนังสือ…อ่านหนังสือ….
อ่านหนังสือ…เพื่อเชื่อว่า…ซํกวันหนึ่ง….หนังสือจะพาเขาไป…สู่ความฝันที่เป็นจริง

มีหลายคนถาม…มึงอ่านหนังสือจนบ้าไปแล้ว…ยังสู้เขาไม่ได้…จะอ่านไปทำไม ….
เขาเลยบอกกลับไปว่า…คนที่เขาสอบติดกัน
นอกจากหัวดีแล้ว  ต้องอึดด้วย….คนที่สอบติดขยันกว่าผมอีกครับ

กลายเป็นว่า…เขาได้ฉายาใหม่…คือ ไอ้บ้าหนังสือวันๆไม่ทำไรเอาแต่อ่านหนังสือ
ในห้องนอนเขามีแต่หนังสือกองรวมเต็มไปหมด นี่ละนะ
ที่เค้าเรียกว่า เป้าหมายชีวิต……เขาตั้งใจว่า ปีนี้อย่างน้อยที่สุดต้องติดรอบแรก

 เห็นเป้าหมายแล้ว  อย่าลังเล  เดินไปให้ถึง  เท่านั้นเหละ..จบ

เวลาผ่านไป  รร.นายร้อยตำรวจรับสมัครสอบแล้วเขารีบสมัครสอบทันที

3
เขาสมัครสอบ แล้วและเห็นบรรยากาศเก่าๆ ว่า  เข้า มาที่นี่กี่ครั้งกันนี่
มาเหยียบที่นี้ครั้งแล้วครั้งเล่า…
เมื่อไหร่หนอจะได้มาเรียนที่นี่จริงๆ

กว่าจะถึงฝั่งฝันนั้นมันยากเย็น  อย่าพึ่งเห็นฉันเดินเข้ามาง่ายๆ 

ปีนี้ 2  ปีที่ผ่านมาเข้าทุ่มเทอ่านหนังสืออย่างหนัก…ชนิดที่ว่าควายเรียกพี่  
ถ้าควายไปอ่านหนังสือคงฉลาดไปนานแล้ว  .
ปีนี้เป็นปีที่ 5  ของการสอบของเขา…ตั้งแต่เตรียมทหารมา และ นายสิบเป็นนายร้อย อีก3 ครั้ง

วันนี้แล้วจะเป็นวันชี้ชะตา…ความเก๋า….เข้ามาในตัวเข้าเพราะเขาผ่านสนามสอบ
นี้มาไม่รู้ต่อกี่ครั้ง

แต่ยังไม่เคยลิ้มรสความหอมของ ความสำเร็จซักครั้ง เลย ก็ว่าได้
เขาบอกกับตัวเอง…กูสอบมา 4 ปีแล้ว…กูสอบไม่ติด…แต่กูเชื่ออยู่อย่าง กูเชื่อว่า

ถ้ากูพยายามแบบสุด ๆ อดทน ไม่ท้อแท้ ไม่สิ้นหวัง ขยันชนิดควายเรียกพี่
มาตลอดเวลาที่กูมีโอกาส  กูเชื่อว่า
พระเจ้าไม่มีทางประทานอะไรให้กู นอก…จาก…….ความสำเร็จที่กูคอยมาทั้งชีวิต

ปีนี้เหมือนกับว่าเขาใจเย็นลง…นิ่งขึ้นและแลดูมีความรู้อย่างมากขึ้นด้วย…
เขาทำข้อสอบ…ในสถานที่เดิม เวลาเดิม โดยไม่รู้สึกถึงความตื่นเต้น
คงเป็นเพราะ….ช่วงเวลาที่เขาเตรียมสอบมาเขาชนะแล้ว

เขาชนะใจตัวเองแล้ว

ปีนี้ผลสอบประกาศมา
มีชื่อของเขา

 ส.ต.ต.อรรถพล  สลับเพชร 
ในการสอบผ่านภาควิชาการ …สิ่งที่เขาพยายามมาไม่เสียเปล่าจริงๆ

เขายิ้มนิดๆ ที่มุมปาก…และดูเหมือนจะน้ำตาซึมออกมาในวันประกาศผลสอบ
เขาทำสำเร็จ…

..เข้าได้ลิ้มรสความสำเร็จแล้ว…ในรอบแรกของการสอบภาควิชาการ

รอบสองเขาเข้าสอบโดยหวั่นนิดๆ แต่ไม่มีปัญหาใดๆ เขาสามารถสอบผ่าน
การตรวจโรค จิตวิทยา พละ และสัมภาษณ์ได้….อย่างไม่มีปัญหาอะไร

เพราะเขาเตรียมพร้อมอยู่เสมอ…ทำให้รอบสองของเขาค่อนข้างสมบูรณ์
เขาทำได้แล้ว

วันประกาศผลรอบสุดท้าย  ….

ส.ต.ต.อรรถพล  สลับเพชร
มีรายชื่อของเขา..อยู่ในบอร์ดของผู้ที่ผ่านรอบสุดท้าย …
แต่เป็นบุคคลสำรองอันดับ สุดท้าย

เขาสอบติดรอบสองแต่อันดับไม่ดี...ชีวิตที่เคยมุ่งหวัง…หายนะลงอีกครั้ง

เพราะคะแนนรอบแรกเขาไม่ดีมาก…ได้อันดับท้ายๆ
เลยทำให้คะแนนรอบสองซึ่งไม่มีปัญหา …
ชื่อเลยอยู่แค่อันดับสำรอง อันดับ 5 แทน

โอกาสที่เข้าจะเข้าไปได้ น้อยมากคือต้องรอบุคคลตัวจริง
สละสิทธิ์หรือลาออก เขาจึงจะได้เข้าไปเรียน

เวลาผ่านไป
เป็นเดือนเขารอลุ้นว่าจะมีใครสละสิทธิ์แต่น่าเสียดายไม่มีใครสละสิทธิ์
สิ่งที่ผ่านมา 5 ปี ไร้ความหมาย…
ก่อนที่เขาจะออกจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

เขาได้กำดินที่บริเวณรูปปั้นพลเอกเผ่า…เอาดินมารดบนหัวหวังว่าจะให้โรงเรียนนายร้อยตำรวจ….
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ช่วยจดจำเข้าเอาไว้ในดวงจิตแห่งดินแดนแห่งนี้……

หลายคนคิดว่าปีนี้เค้าจะสมหวัง….
ต่างพากันเสียดายเสียใจแทน กับสิ่งที่เขาทำลงไป
เหมือนเดิมเช่นที่ผ่านมา
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  ..

พ่อกับแม่เขาโทรมาหา ..เป็นไงลูกสอบติดใช่มั้ย…. เสียงเงียบไป…ซักพัก
เขาบอกกับแม่เขา  แม่ผมสอบติดแค่ตัวสำรอง  อันดับสุดท้าย …..

น้ำตาของลูกผู้ชายคลอเบ้าขณะเขาคุยกับแม่เขา….และหยดลงที่  พื้นแผ่นดินของ   โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

ความพยายามที่ทุ่มเทชีวิตอ่านหนังสือมาตลอด  6  ปีที่ผ่านมา
ไม่ไร้ความหมายอย่างน้อยที่สุดก็สอบติดรอบแรก..
การอ่านหนังสือ..ของเขาไม่เสียเปล่า

หนึ่งใจเขาดีใจมากที่ ได้มีชื่อในการประกาศผลครั้งสุดท้าย...แม้จะเป็นแค่ตัวสำรองก็ตาม…
อีกใจ เสียใจแบบสุดๆ เขาร้องไห้ ในใจ น้ำตาคลอเบ้า ...

” บุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคือ…คนที่ลุกขึ้นยืนได้ทุกครั้ง หลังจากล้มลง “

เขารอการประกาศเรียกจาก รร .นรต เป็นเดือน …
ว่าจะมีใครลาออกหรือไม่ ปรากฏว่ามีคนลาออกแต่ว่าแค่คนเดียว
เค้าเป็นบุคคลสำรองอันดับ สุดท้าย  
จึงไม่มีทีท่าว่า จะได้เข้าไปเรียนแต่อย่างใดเพราะเค้าเรียกบุคคลสำรองอันดับ 1 ไปแทน .

สรุป คือ   มึงสอบปีหน้าใหม่อีกปี…

บทเรียนครั้งนี้ทำให้เขาเสียใจแต่ก็เริ่มชินชาแล้วเพราะว่าสอบมาแล้ว 5 ครั้ง
ลองสนามมามากว่าใคร
ปีนี้เป็นปีสุดท้าย   เขาจึงบอกกับแม่ว่า

แม่ครับ  ” ถ้าปีนี้ผมสอบนายร้อยไม่ติด ผมจะลาออกจาก ตำรวจ “
กลับไปช่วยแม่ทำงานที่บ้านเรา
ผมจะกลับไปเลี้ยงแม่เอง….ถือว่าชาตินี้…สวรรค์เค้าไม่ให้เราเป็น

ปีนี้ผมขอสอบเป็นปีสุดท้าย….นะครับแม่…

สู้สุดชีวิต

หลังจากเขาตั้งเป้าหมายแล้วว่า…
ปีนี้จะสอบเป็นปีสุดท้ายและจะไม่สอบอีกแล้ว..ในชาตินี้
เขาทุ่มเท่อ่านหนังสือ…
มากที่สุดในชีวิต มากกว่าทุกครั้งที่เคยอ่านมา

เขามีประสบการณ์การสอบ…ฉะนั้นเขาจึงเข้าใจแนวข้อสอบ
ความเจ็บปวด ทำให้เขา…ทำในสิ่งที่เหนือกว่า มนุษย์จะทำกัน….
แม้ว่าจะ ทำหน้าที่อยู่  3 จังหวัดชายแดนใต้

หน้าที่ตำรวจ ที่ทำงานหนัก อันตราย น่ากลัว…

ทุกวินาทีคือชีวิต ไม่ใช่แค่คุ้มครองครู ประชาชน หรือทุกคน แต่สิ่งที่ต้องดูแลมากที่สุด  คือชีวิตของตัวเอง  ..
ต้องอดทน ทำหน้าที่ ทุกครั้งที่ เขามีเวลาว่างหรือขณะทำหน้าที่
เขาจะพกหนังสือติดตัวไปทำด้วยเสมอ

ในขณะเดียวกัน คู่แข่งของเขา
ที่เป็นตำรวจทั่วประเทศ ต่างก็นั่งอ่านหนังสือ
ในห้องพัก หรือที่ทำงานอยู่   อย่างปลอดภัย สบายๆ  ว่างๆ ก็ไปติว ..
ไม่ต้องระวังอันตราย…ไม่ต้องดูแลชีวิตใคร

สภ.ระแงะ  แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเขา  เป็นอย่างไร
เหตุการณ์ช่วงที่ผ่านมา  ส่วนมากจะเกิดที่ ระแงะด้วยทุกครั้ง ระเบิดไม่ต้องพูดถึง

บึมจนอำเภอ จะพรุนอยู่แล้ว…เสียงห่ากระสุนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ..แต่ก็ไม่ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งหลายหวั่นวิตกแต่อย่างใด  โดยเฉพาะเขา…อยู่ที่นี่มา เข้าปีที่ 4  เริ่มชินชากับ สภาพ..เหตุการณที่เกิดขึ้น

คนเขาบอกว่า…ถ้าอยู่ระแงะได้ อยู่ที่ไหนตำแหน่งอะไรก็ได้ ในเมืองไทย…

ปีนี้เขาจำเป็นต้องติวและหาหนังสือมาอ่านเพิ่ม ขึ้น
จนบางครั้งต้องลาไป กรุงเทพบ่อยๆ
ขึ้นรถทัวร์ไป 1400 กว่ากิโลไปเรียนกวดวิชา…เพื่อสอบเข้านายร้อยให้ได้
เขาทำเช่นนี้ตลอดระยะเวลาหลายเดือน

การอ่านหนังสือของเขาบางครั้งก็จ้างยาม…ให้เพื่อนเข้าแทน…
พื่อจะเอาเวลามาอ่านหนังสือทำแบบฝึกหัดให้มากที่สุด
เขาทำข้อสอบและแบบฝึกหัด…อย่างบ้าระห่ำ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง…เขาอ่านหนังสือจนดึก และลืมมาปฏิบัติหน้าที่ในตอนเช้า
เลยถูก ผู้กำกับ  สภ.ระแงะ  สั่งโทษ กักขัง เป็นระยะเวลา 7 วัน
การสั่งโทษ…ถ้าเป็นตำรวจคนอื่นคงจะเซ้งมาก  โดนขัง  โดนโทษร้ายแรง  ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่

แต่ทำให้เขาดีใจมากต่างหาก…. โดนขังคุก

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส   ..พลิกความสามารถเป็นจุดเด่น

เขาถูกขังคุกแต่ว่าเขาไม่เสียใจแม้แต่น้อย…แต่กลับคิดว่า…นี้เหละดี ได้ไปอยู่ในคุก…
จะได้ไม่ต้องเข้ายาม
มีข้าวให้กิน 3 มือ มียามเฝ้าให้…เขาจะได้อ่านหนังสือเต็มที่…
ขอแค่โคมไฟ และพัด ลมพอ…
ใน 7 วันนี้เขาอ่านหนังสืออย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องเข้ายาม..เขารู้สึกดีมาก

หลังจากนั้นเขาอ่านหนังสือไม่ผ่อนลงเลย…ไม่ไปเที่ยวไหนเลย ตลอดทั้งปี
แต่กลับเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องพัก ทุ่มเทอ่านหนังสือ เหมือนคนบ้าจริง..ๆ
เขาทุ่มเทหนัก เข้าขั้นบ้า….แต่ไม่บ้า

เขารู้ตัวเขาดีว่า เขาทำอะไรอยู่ .
เขากำลังทำตามความฝันของเขาอยู่นั้นเอง

” คนที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่เก่ง…แต่ต้องอึดด้วย “

ปีนี้เป็นที่สุดท้าย..เขาสมัครสอบนายร้อยตำรวจ…

4
เป็นปีสุดท้าย
ก่อนที่จะมาสอบเขาบอกกับทุกคน…ในโรงพักว่า

ถ้าสอบไม่ติดคงต้องลาออก…จากตำรวจไปหาอาชีพอื่นทำ
ทุกคนได้แต่อึ้ง…เขาจะทำจริงเหรอวะ

ก่อนสอบ 1 อาทิตย์เขาหนี…ขึ้นมาสอบโดยไม่บอกใคร
การหนีราชการหรือไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่…ถือเป็นความผิดสถานหนัก….

ผู้กำกับบอก…มันกลับมา…ให้ขังมันอีก…
เพื่อนเขาบอกว่า…เขาไปสอบนายร้อย  ท่านผู้กำกับ ได้โปรดสงสารเขาด้วยครับ

“ไอ้พล  เขาทุ่มเทอ่านหนังสือมา 6 ปี แล้ว ปีที่แล้วเขาสอบติดรอบแรกแต่ตกรอบสองได้แค่ตัวสำรอง..

ผมเห็นเขาอ่านหนังสือเป็นบ้ามาทั้งปี ….ไปอยู่ในคุก ก็อ่านแบบไม่สนใจใคร

ท่าน ผกก ให้โอกาสเขาด้วย….ครับ  “
เมื่อเป็นอย่างนั้น เองไปบอกมันด้วย
ถ้ามันสอบติดเป็นนายร้อยได้…โทษนี้ ยกให้ถือว่าเป็นรางวัล
แต่ถ้าสอบไม่ติด….กลับมา  จำคุกไปเดือนหนึ่ง”

ท่านครับ…ผมว่าเขาคงไม่กลับมาเข้าคุกแล้วละครับ

เขาบอกผมเขามีทางเลือกสอง ทาง  คือ…สอบให้ติดแล้วเอาดาวไปฝากแม่เขา
และ ถ้าสอบไม่ติดเขาจะกลับไปเลี้ยงควายที่บ้านของเขาเพื่อแม่ของเขาครับ ….
เขาจะลาออกจากตำรวจครับ

ผกก..อึ้ง………

และแล้วเขาก็มาถึงวันสอบ
เขาบอกกับตัวเองว่า กูเด็กเลี้ยงควาย...จากบ้านนอกอันแสนไกล..สอบมาแล้ว 5 ปี ไม่เคยติด
อยากเป็นนายร้อย  เจอมาแล้วทุกสมรภูมิ..

วันนี้เหละ…กูขอ

เขาสอบผ่านภาควิชาการ
และรอประกาศผล….

ไม่ต้องเดาเขาสอบติด…อันดับ 1 ใน  10 ของ นายร้อยตำรวจ
รอยยิ้มบนหน้าเขาเกิดขึ้นเล็กๆ ..ขณะกำลังเช็คผลทางอินเตอร์เน็ต
เขาอุทานในใจ ด่านแรกเป็นของกู
ตรวจร่างกาย
จิตวิทยา
รอบสอง ภาคพละ
และ  สัมภาษณ์   ดูไม่มีปัญหาสำหรับเขาเพราะเขาเป็นคนตัวสูงใหญ่ ล่ำน่าเกรงขาม
ไม่มีจุดบอดสำหรับเขา

วันประกาศผลสอบรอบสุดท้าย…
ส.ต.ท.อรรถพล   สลับเพชร    ลำดับที่ 6
เขาสอบติดนายร้อยตำรวจได้สมดังความตั้งใจ
ผลสอบรอบสุดท้าย  มีชื่อเขา
เขาทำได้ และเขาก็กำหมัด  ชูขึ้นดีใจแบบสุด.ๆๆๆๆๆๆ

ไอสัด……กูทำได้…..แล้ว  กูทำได้แล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยย

ข้างๆเขามีรุ่นน้องที่พึ่งจบพึ่งสอบครั้งแรก
นั่ง ซึม…..เพราะสอบไม่ติด

เขาบอกกับ..รุ่นน้องคนนั้น..

ไอ้น้องเองสอบไม่ติดเหรอวะ….มึงสอบได้อีกกี่ปี   เขาถาม
4 ปีครับ.. น้องตอบ
.แล้วมึงสอบมาแล้ว..กี่ปี    เขาถาม
ปีแรกครับ..
แล้วมึงอยู่ทีไหนไอ้น้อง  ผมเป็นตำรวจอยู่กรุงเทพครับ
ไอ้น้องมึงว่าพี่ทำงานที่ไหน ..
ไม่ทราบครับ

เขาบอกกับน้องคนนั้นว่า….กูผิดหวังแบบมึงมาแล้ว 5 ครั้ง
พี่ทำงานอยู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้   อ.ระแงะ  นราธิวาส

มึงจำไว้ไอ้น้อง …
 มึงไม่มีสิทธิ  ยอมแพ้       ถ้ามึงยังทำไม่สำเร็จ…..
แล้วซักวัน  จะมีชื่อมึง…

…เชื่อกู….. 
เขาทำสำเร็จ ผิดกลับใครหลายคนที่ มีโอกาส แต่ไม่กล้าแม้จะทำ

งั้น มึงก็อย่าคิดฝัน  ว่าจะได้เป็นแบบไอพล

คุยกับไอ้พลได้ที่  อ.สลับเพชร
https://www.facebook.com/profile.php?id=100000990386569&fref=ts

มีโอกาสแล้ว  เราต้องทำ  ไม่งั้นมันจะไม่สำเร็จ
7

ใครที่คิดท้อ…มึงลองดูไอพล…มันอ่าน    มัน…มีโอกาสมากกว่ามึงตรงใหน
ใครที่คิดโง่…แล้วไอพลมันฉลาดกว่ามึงตรงใหน
ใครที่ผิดหวัง….ยังไม่ถึง  6  ครั้ง  ห้าม ยอมแพ้ เป็นอันขาด
แค่มึงคิดว่า จะทำให้ได้  มึงชนะแล้วไป  ครึ่งตัว

มึงชนะใจตัวเอง

ที่เหลือคือ ทำแล้วก็ทำ ให้มันได้  เท่านั้นเหละ

ภาพแห่งความสำเร็จ…

182147_3154179703660_896729264_n 417086_345688802140796_122809710_n 548767_459660637410278_1813834183_n 564372_436545163055159_13146859_n 601993_577251605651180_1265521952_n 10391044_801265433249795_1043941754991591670_n

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6087_448753425167666_1528389239_n

 

 

 

โดย admin mayahol.com